ร้านนฤมลเภสัช
ได้จัดทำเวปนี้ขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการให้ความรู้เกี่ยวกับ ยา

วิธีการใช้ ต่างๆ รวมถึงในเรื่องการดูแลสุขภาพ

และขอเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ของชมรมร้านขายยาจังหวัดลำปาง

และรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

เว็บสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดี

ข้อความ

พร้อมที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

เพื่อต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ร้านนฤมลเภสัช
ได้จัดทำเวปนี้ขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการให้ความรู้เกี่ยวกับ ยา

วิธีการใช้ ต่างๆ รวมถึงในเรื่องการดูแลสุขภาพ

และขอเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ของชมรมร้านขายยาจังหวัดลำปาง

และรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

เว็บสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดี

ข้อความ

พร้อมที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

เพื่อต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี





ร้านนฤมลเภสัช
ได้จัดทำเวปนี้ขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการให้ความรู้เกี่ยวกับ ยา วิธีการใช้ ต่างๆ รวมถึงในเรื่องการดูแลสุขภาพ และขอเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ของชมรมร้านขายยาจังหวัดลำปาง และรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ เว็บสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดี พร้อมที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

โปรโมชั่น

โสม
ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ และ เพิ่มสมาธิ ช่วยในการ
ไหลเวียนของเลือด
ต้านความเครียด
ต่อต้านอันตรายจากอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย

แป๊ะก๊วยสกัด (Gingko Extract)
ใบแป๊ะก๊วยเป็นสมุนไพรเก่าแก่ที่มีอายุยืนยาวนับพันปีมีต้นกำเนิด
อยู่ที่ประเทศจีน ชาวจีนนิยมนำใบแป็ะก๊วยมาต้มเป็นยาพื้นบ้าน
ช่วยบำรุงสมอง
ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองดีขึ้น
ช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยมีความแข็งแรงมากขึ้น (ลดความเปราะบาง
ของเส้นเลือดฝอย)
ช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ เพราะแป๊ะก๊วยมีคุณสมบัติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

น้ำมันปลาทูน่า (Tuna Oil)
ในน้ำมันปลาทูน่า จะมีสารอาหารไขมัน
พิเศษที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้
คือ Essential Poly Unsaturated
Fatty Acid เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว
กลุ่มโอเมก้า -3
Phosphatldyl Serine
ใน Cerebrite 1 Capsule ประกอบด้วย
Phosphatidyl Serine 50 mg. ประโยชน์ของ Phosphatidyl Serine คือ
ช่วยสร้างสื่อนำประสาท (Neurotr ansmitter)ในระบบประสาท
ช่วยความจำ (Cognition Adjuvant)
ช่วยยับยั้งอาการสมองเสื่อม

Vitamin E
ช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ
ช่วยป้องกันผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ แข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
ช่วยป้องกันการแตกของเส้นเลือด
โดยเฉพาะเส้นเลือดในสมอง
ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
ช่วยชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์

สรุป
จากการศึกษาถึงปัจจัยที่เป็นบวกต่อสมอง (ทำให้ฉลาด เรียนรู้ไว จดจำได้ดี มีไหวพริบเชาว์ปัญญาดี) และปัจจัยที่เป็นลบต่อ
สมอง (ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม และ อาจนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์) เราจะพบว่า Cerebrite จะส่งเสริมปัจจัยที่เป็นบวกต่อ
สมองและในทำนองกลับกัน Cerebrite จะไปขัดขวางปัจจัยที่เป็นลบต่อสมอง

ดังนั้น Cerebrite จึงเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสรรพคุณ :

เพิ่มความจำ ทำให้เรียนรู้เร็ว และมีไหวพริบเชาว์ปัญญาดี

พวกดื่มน้ำน้อย โปรดระวัง

ไปเจอบทความนี้มา แบบว่าอ่านแล้วกลัวเลย เพราะว่าเราเป็นคนไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ เพราะว่าไม่ชอบเข้าห้องน้ำบ่อย ปรากฏว่าผลเสียบานตะไท

ยังไงก็ขอขอบคุณเจ้าของบทความดี ๆ นี้นะคะ

พวกดื่มน้ำน้อย โปรดระวัง !
++++++++++++++++++

เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของดาราสาวสวยระดับนางเอกท่าน
หนึ่ง เกี่ยวกับร่างกายของเธอที่มีการผิดปกติ เธอมีอาการอุจจาระไม่ออก เมนส์ไม่มา แถมเธอยังเข้า
ใจว่าการที่เมนส์มาบ้างไม่มาบ้างแล้วแต่อารมณ์นั้นเป็นเรื่องปกติขอผู้หญิงซะอีก

เธอบอกว่าไม่ชอบดื่มน้ำเพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย ส่วนใหญ่พวกดาราก็มักเป็นอย่างนี้ เพราะต้องอยู่แต่
ในกองถ่ายจะหาห้องน้ำสะอาดๆยาก เลยต้องอั้นอุจจาระปัสสาวะเอาไว้ หรือแก้โดยการไม่ดื่มน้ำจะได้ไม่
ต้องปัสสาวะ พฤติกรรมดังกล่าวนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะดาราหรอกครับ มีอีกหลายอาชีพที่เป็นกันอย่างนี้ อาจจะ
เป็นเพราะภาวะสังคมที่รีบเร่งแข่งขันกัน ท่านที่ทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือพนักงานทำบัญชีด้วยแล้ว
ไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำกัน กลัวจะเสียเวลาทำงานหรือลืมเข้าห้องน้ำก็มี พอทำอย่างนี้ไปนานๆ
เข้าร่างกายเราก็สร้างความคุ้นเคยว่าไม่ต้องอุจจาระไม่ต้องปัสสาวะกันเลย โดยร่างกายเข้าใจว่าวิธี
การนี้ถูกต้อง

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซนต์ เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซนต์
กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซนต์ ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษ แล้วรับน้ำเข้าไป
เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอเราก็ถือว่าขาดน้ำ ร่างกายและอวัยวะภายในจะรวนผิดปกติไปหมด

เลือดเราจะข้นหนืด ยากที่หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆของร่างกาย หัวใจเองนั่น
แหละจะตีบตันเสียก่อน ต้องทำบายพาสกันวุ่นวาย ความจำก็จะเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์ เพราะเลือด
เลี้ยงสมองไม่พอ เส้นเลือดก็จะตีบตันหมดหรือไม่มีเลือดจะขึ้นไปเลี้ยง

จากประสบการณ์ที่พบคนไข้ที่เป็นโรคความจำเสื่อม เป็นถึงระดับผู้บริหารใหญ่ๆก็หลายท่าน ดื่มน้ำวันละ 2-3
แก้ว ไม่เกิน 500 ซี.ซี. เลือดก็ข้นหนืด เต็มไปด้วยไขมัน สังเกตุได้หัวตาเหมือนกับเอาพู่กันป้ายสีขาวไว้
และก็ฟันธงได้เลยว่าทุกรายถ้าดื่มน้ำอย่างนี้คลอเรสเทอรอลสูงทุกคน รอให้เส้นเลือดอุดตันได้เลย

เมื่อไปหาหมอ หมอก็จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดให้กิน มันก็เหมือนเราเอาสารส้มแกว่งในตุ่มน้ำเพื่อให้น้ำใส
ตะกอนเมื่อมันนอนก้นน้ำก็จะใส แต่ถ้าเอาอะไรไปแกว่งทำให้น้ำกระเทือน ตะกอนก็ยังจะลอยขึ้นมาทำให้
น้ำขุ่นอีกอยู่ดี เช่นเดียวกัน เมื่อเรากินยาเลือดก็จะใส แค่ตะกอนในร่างกายมันยังไม่ออก ยังนอนก้นอยู่ใน
ร่างกายเรา ดังนั้นเราต้องใช้น้ำพาตะกอนเหล่านั้นออกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลับไปอุดตันเส้นเลือด
เราอีก

เมื่อร่างกายขาดน้ำลำไส้ก็แห้ง ไม่มีน้ำที่จะพอเอาอุจจาระออกมาได้ ของเสียก็จะสะสมอยู่ในลำไส้ และ
ลำไส้ก็ดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายอีก เลือดเราก็ยังสกปรกและข้นหนืดมากขึ้นไปอีก และลอง
พิจารณาดูครับว่า เลือดที่เสียเมื่อเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายแล้วนั้น จะให้เกิดปัญหาตามมาอีกมาก
มายเพียงใด

ที่ถูกแล้วเราควรจะอุจจาระ 1-3 ครั้งทุกๆวัน ออกมาเป็นเส้นไม่เล็กนัก ปริมาณพอสมควรกับอาหารที่เรา
ทานเข้าไป ไม่ใช่ทานเข้าไป 1 กิโลกรัม ถ่ายออกมา 1 ขีด ที่เหลือหายไปไหนหมด มันเข้าไปบำรุงร่าง
กายเราทั้งหมดหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงตัวโตเท่าช้างแน่

การที่รอบเดือนหายไป 5-6 เดือนหรือมาๆหยุดๆ แล้วแต่อารมณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องปกติของผู้หญิงทั่วไป ที่ถูก
แล้วรอบเดือนจะช้าเร็วไม่ควรเกิน 7 วัน ถ้าผิดไปจากนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ยกเว้นแต่ตั้งครรภ์
สำหรับดาราสาวท่านนี้ ดื่มน้ำน้อยมาก เลือดคงจะข้นหนืด ผนังมดลูกคงจะแห้งไม่ลอกหลุดออกมาเมื่อมีไข่
ตกและไม่ได้รับการผสมพันธุ์ เลือดนั้นก็ยังสะสมเป็นของเสียอยู่ที่ผนังมดลูกเดือนแล้วเดือนเล่า เมื่อช่อง
ทางการขับของเสียดำเนินไม่ได้ตามธรรมชาติ ร่างกายก็จะสร้างรั้วขอบเขตเป็นถุง เป็นเนื้องอก มาหุ้ม
ห่อของเสียนั้นไว้ ของเสียก็จะค่อยๆกลายเป็นเนื้องอกและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ
1. ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ
2. ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ
3. ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ
4. ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ
5. รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน
เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์ หรือถูกปิดกั้นมันก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น ออกมาเป็น
สิว ฝ้า กระ ฝี ริดสีดวง สิ่งเหล่านี้เป็นของเสียที่ร่างกายพยายามขับออกมาทั้งนั้น ดังนั้นถ้าเรามีอาการ
ดังที่กล่าวมา ก็ขอให้เราจงเข้าใจด้วยว่าร่างกายเรามีของเน่าเสียอยู่ภายในแล้ว มันเป็นสัญญาณเตือนภัย
ที่เราไม่ควรมองข้าม หรือกินแต่ยา ฉีดยากดอาการเหล่านี้ไว้ไม่ให้แสดงออก เพราะนั่นไม่ใช่วิธีการรักษา
หรือบำบัดโรคต่างๆให้หายไป แต่กลับเป็นการทำให้โรคหรืออาการนั้นรุกคืบไปเรื่อยๆ เหมือนรุกใต้ดินโดย
ที่เราไม่รู้สึกอะไร จะรู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อสายเสียแล้ว...

ที่มา : นิตยสารตั้งตัว ฉบับเดือน เมษายน

ประโยชน์ของวิตตามิน

หลายต่อหลาย ไม่ค่อยจะรู้เท่าไหร่ว่าอาหาร หรือวิตตามินที่เรากินเข้าไปมันมีสรรพคุณอะไรกันบ้าง ได้แต่กินอย่างเดียว อย่าง วิตตามิน A เราก็จะรู้แค่ว่า มันช่วยบำรุงสายตา แต่ความจริงมันมีความกว่านั้น วันนี้ปุ๊กเลยเอามาให้อ่านกัน เผื่อมีเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่ทราบ ประโยชน์ของวิตตามินชนิดต่าง ๆ

วิตามินและแร่ธาตุผู้พิทักษ์ผิว

ในอาหารมากมาย ทั้งผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช เป็นแหล่งสำคัญของสารอาหาร ที่ผิวต้องการ มาติดตามกันว่าแต่ละชนิดนั้นมีบทบาทในการดูแลผิวของคุณให้แข็งแรง มีสุขภาพดีอย่างไร

วิตามิน A
1. บำรุงผิวให้แข็งแรง
2. ป้องกันสิว
3. ลดการสร้างไขมันส่วนเกิน
4. จำเป็นต่อการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
5. เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ของผิวในการกำจัดพิษต่างๆ
6. ถ้าขาดวิตามิน A จะทำให้ผิวหยาบกร้าน

วิตามิน B complex
1. ช่วยดูแลซ่อมแซมสุขภาพและสีผิว
2. ถ้าขาดวิามินนี้ จะทำให้ผมและขนหยาบด้านไม่มีชีวิตชีวาผิวหนังแห้ง และเกิดสิว
3. ไธอามีน (วิตามิน B1) เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ และช่วยให้การผลัดผิวมีประสิทธิภาพขึ้น
4. ไรโบฟลาวิน (วิตามิน B2) เป็นสารบำรุงเส้นผม เล็บ และผิวหนัง
5. แพนโทเทนิค แอซิด (วิตามิน B5) ช่วยต้านความเครียดที่จะทำให้ผิวหม่นหมอง

วิตามิน C
1. เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
2. จำเป็นต่อระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย
3. เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามิน E จะช่วยเพิ่มพลังในการปกป้องผิวจากแสงแดด
4. ต้านความเครียด และเพิ่มภูมิต้านทานของผิว

วิตามิน D
1. ส่งเสริมให้ผิวหายใจได้ดียิ่งขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่ง
2. ต้านความเครียด โรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคเรื้อนกวาง เชื้อรา และสิว เป็นต้น

วิตามิน E
1. แอนตี้ออกซิแตนท์ รักษาและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย
2. ชะลอความชราของผิว
3. ปกป้องการถูกทำลายของเซลล์ผิวหนัง

ไบโอติน
1. บำรุงผิวหนัง เส้นผม และเล็บให้แข็งแรง
2. ถ้าขาดไบโอติน ผิวจะแห้งและซีด ไม่สดใส

โครเมี่ยม
1. ช่วยต้านทานการติดเชื้อของผิวหนัง

สังกะสี
1. ช่วยเยียวยาเนื้อเยื่อของร่างกาย
2. ช่วยป้องกันรอยแผลเป็น
3. ควบคุมการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง
4. เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
5. ช่วยให้แผลหายเร็ว